ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
พ่อปู่เมืองกลาง เมืองไกล
ตำนานของศาลเจ้าพ่อเมืองกลาง เมืองไกล

ตำนานของศาลเจ้าพ่อเมืองกลาง เมืองไกล

ตามตำนานเล่าขานกันมาว่า มีพี่น้อง   2   คน   คนพี่ชื่อ กลาง  คนน้องชื่อ ไกล  ทั้งสองท่านชอบเล่นโบก  เล่นเบี้ย ซึ่งใช้เม็ดมะขามผ่าซีก   ดังนั้นท่านจะนำเม็ดมะขามติดตัวอยู่เสมอ   ครั้งหนึ่งท่านทั้งสองได้เหาะเหินเดินอากาศมาจากประเทศลาว   ได้โปรยเมล็ดมะขามตามเส้นทางที่เหาะผ่านมา    เป็นการ เสี่ยงทายว่า   ถ้าต้นมะขามเจริญงอกงามที่ใด  ตั้งแต่  ต้นขึ้นไป     ก็จะตั้งหลักปักฐานอยู่ ที่นั่น  

สภาพบ้านกลางในสมัยก่อน  มีต้นไม้ใหญ่น้อยมากมายและได้พบว่ามีต้นมะขามขนาดใหญ่    มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ   230  เซนติเมตร  อยู่ในหมู่บ้าน   ซึ่งปัจจุบันเป็นอยู่สวนของคุณปู่ปราง  เมินเฉย  ต้นหนึ่ง  ปัจจุบันมีสภาพผุพังตามกาลเวลา  ต้นที่  อยู่ในสวนของคุณปู่ไย    เพ็งดี ปัจจุบันรากก็ผุพังเกือบทั้งหมด   ต้นที่  อยู่ในสวนของคุณยายพุฒ    โพธิ์อ่อน    ซึ่งเหลือแก่นมะขามเล็กน้อย     ซึ่งได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่ศาลเจ้าพ่อเมืองกลางเมืองไกลแห่งนี้

บริเวณที่ตั้งศาลเจ้าพ่อเมืองกลาง  เมืองไกลนี้   ได้มีผู้คนเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่   เพื่อทำมาหากินบริเวณนี้   แล้วก็ขยายออกไปโดยรอบ   ชาวบ้านก็จะสัญจรผ่านเส้นทางนี้    เพื่อทำไร่   ทำนา   ทำสวน   ตลอดจนติดต่อค้าขายกับหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นประจำ   ก็จะผ่านเส้นทางระหว่างต้นมะขามใหญ่   3   ต้น  ที่มีต้นไม้ใหญ่  เช่น  ต้นโพธิ์ใหญ่   ต้นหว้าใหญ่   กอไผ่ที่รกชัฏ   ในตอนกลางวันแสง พระอาทิตย์ก็แทบจะส่องลงไม่ถึงพื้นดิน  ทำให้บรรยากาศเย็นยะเยือกจนผิดปกติ  ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ามาว่า   มีคน ผ่านไป  - มา  เพื่อทำการค้าขาย  บางครั้ง  มีคนขี่ม้า  ขี่ช้าง  หรือคนที่ผ่านตรงสถานที่  ที่ศาลเจ้าพ่อเมืองกลาง  เมืองไกลตั้งอยู่  มีผ้าโพกที่หัว หรือสวมหมวก   โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  และไม่แสดงการเคารพ   ก็จะมีอันเป็นไปทันที เช่น  เป็นลมชักกระตุก  เหมือนมีวิญญาณมาสิงอยู่ในร่างกาย  หรือทั้งม้า  ทั้งคนก็ล้มชักกระตุกทันที  ต่อมาผู้คนเริ่มเลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์  และเล่าขานกันต่อๆ ไป    จนเป็นที่เลื่อมใส  ศรัทธา  และเคารพบูชา    ชาวบ้านได้ช่วยกันตั้งศาลขึ้น   เพื่อให้เป็นที่สิงสถิตย์ของดวงวิญญาณของ  เจ้าพ่อเมืองกลาง   เมืองไกล

ประมาณปี  พ.. 2495  ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างศาลใหม่ด้วยไม้ที่แข็งแรงและกว้างขวาง  นำข้าทาสบริวารเป็นรูปั้นด้วยดินเหนียวบ้าง  ทำจากไม้ประดิษฐ์เป็น   ช้าง  ม้า  วัว  ควาย  เป็ด  หมูไก่ และมีสมุนประกอบพิธีเลี้ยงปี  ในเดือน 7 ขึ้น 9 ค่ำ ของทุกปีเป็นประจำ และจัดงานสมโภชน์ประจำปี  ในวันที่  20  ธันวาคมของทุกปีตลอดมา

ปี พ..2537 พี่น้องที่ประชาชนได้บริจาคทรัพย์  ช่วยกันบูรณะสร้างศาลใหม่เป็นก่ออิฐถือปูนประกอบไม้ ชั้นเดียวที่มั่นคง แข็งแรง  เฉกเช่นปัจจุบันนี้

วันสำคัญและเครื่องประกอบ จัดถวาย  ดังนี้

1. เลี้ยงปี ถวายเหล้าไห  ไก่ตัว หัวหมู  บุหรี่มวนใบตองแห้ง  หรือถวายข้าทาส  บริวารต่างๆ ที่ปั้นด้วยดินเหนียวหรือ ทำด้วยไม้  ในเดือน  7 ขึ้น  ค่ำของทุกปี   ในวันเลี้ยงปี ชาวบ้านกลางจะนำข้าทาส บริวารและสิ่งของมถวายมากมายและมีการร้องรำทำเพลง   เพื่อถวายต่อเจ้าพ่อเมืองกลาง เมืองไกลตลอดทั้งวัน

2.พี่น้องประชาชนจะจัดงานสมโภชน์ ใหญ่  ในวันที่  20  ธันวาคม  ของทุกปี ตั้งแต่เวลา 07.09 นาฬิกาเป็นต้นไปจนค่ำ  มีหน่วยงานต่างๆในตำบลบ้านกลาง   ผู้นำหน่วยงานราชต่างๆ รวมทั้งพ่อค้าประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี

 แหล่งข้อมูล

-          พ่อนวล                  โพธิ์อ่อน

-          พ่อกำนันหรัด        อุตม์อ่าง

-          กำนันอดุลย์           ช้างเขียว

-          พ่อผู้ใหญ่พลอย      อินทร์ช่างคำ

-          นายนิยม                หวายบุตร ผู้เก็บข้อมูล

-          นายถาวร               ถิรโชติบวร      ผู้เก็บข้อมูล  เรียบเรียง และเล่าตำนานในงานสมโภชน์ศาลเจ้าพ่อเมืองกลาง  เมืองไกล วันที่  20  ธันวาคม  2548